โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ องค์การเภสัชกรรม

องค์การเภสัชกรรมมอบเหง้าพันธุ์ขมิ้นชันคุณภาพแก่เกษตรกร เพื่อขยายแหล่งเพาะปลูก ในการผลิตสารสกัดขมิ้นชัน เตรียมขยายตลาดต่างประเทศ

                   

            องค์การเภสัชกรรม ส่งมอบเหง้าพันธุ์ขมิ้นชันคุณภาพ ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพในการปลูกตามมาตรฐาน Organic farming หรือ GAP (Good Agricultural Practice) 5 กลุ่ม หวังอีก 9 เดือน  ได้วัตถุดิบขมิ้นชันที่มีปริมาณสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์ ไม่น้อยกว่า 9% ตามข้อกำหนดต่อไป กว่า 45 ตัน สร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 5.4 ล้านบาท

           นายแพทย์เจษฎา โชคดำรุงสุข ประธานกรรมการการกำกับดูแลกิจการที่ดี องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมได้ส่งมอบต้นพันธุ์ขมิ้นชันที่ดีมีคุณภาพให้กับเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสม ซึ่งองค์การฯได้ให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนา และการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยใช้เทคโนโลยีการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพร รวมถึงมีการพัฒนาเป็นสารกึ่งสังเคราะห์และสารสังเคราะห์นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรด้วยกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต ทำให้ผู้บริโภคได้รับสาระสำคัญจากสมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอในการเสริมสร้าง ดูแล รักษาสุขภาพ  โดยมีการศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยในการใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย

           นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่ออีกว่า สารสกัดขมิ้นชัน เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่องค์การฯได้ทำการวิจัยสารสกัดจากขมิ้นชันที่มีเคอร์คูมินอยด์สูง ผ่านการควบคุมคุณภาพ และทดสอบประสิทธิผลและความปลอดภัยและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันรายการแรกของประเทศไทย สำหรับใช้บรรเทาอาการปวดในโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งวัตถุดิบขมิ้นชันที่มีคุณภาพและมีสารสำคัญเคอคูมินอยด์ สูงกว่า 9% ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตสารสกัดขมิ้นชัน ซึ่งที่ผ่านมาวัตถุดิบขมิ้นชันค่อนข้างจัดซื้อจัดหายากและมีปริมาณไม่เพียงพอ การมอบเหง้าพันธุ์ขมิ้นที่มีการพัฒนาสายพันธุ์จนได้มีคุณภาพให้กับเกษตรกร ทั้ง 5 กลุ่มในครั้งนี้ เพื่อนำไปปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสม คือในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งการปลูกต้องใช้เวลาปลูกประมาณ 8-9 เดือน จึงได้ขมิ้นชันที่มีปริมาณสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์ ไม่น้อยกว่า 9% ตามข้อกำหนด จะทำให้ปัญหาในการจัดหาวัตถุดิบขมิ้นชันคุณภาพ เพื่อผลิตสารสกัดขมิ้นชันขององค์การฯจะหมดไป และจะสามารถขยายวัตถุดิบขมิ้นชัน ได้ถึงจำนวน 45 ตัน/ปี คิดเป็นเงินที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรทั้งสิ้นประมาณ 5.4 ล้านบาท ซึ่งปริมาณวัตถุดิบขมิ้นชันจำนวนดังกล่าวจะทำให้องค์การฯสามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลแอนติออกซ์ได้จำนวนทั้งสิ้น 170,000 ขวด ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบันอย่างแน่นอน

           ด้านนายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า จากการที่ผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล แอนติออกซ์ ขององค์การฯได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาที่พัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันรายการแรกของประเทศไทยและได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ ประจำปี 2561 โดยสารสกัดขมิ้นชันแคปซูลสามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบัน โดยใช้บรรเทาอาการปวดในโรคข้อเข่าเสื่อม และยังทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อ ความฝืดข้อ เพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อได้ไม่ต่างจากการใช้ยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟน โดยไม่มีผลข้างเคียงกับระบบทางเดินอาหาร ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล มีความต้องการจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งองค์การฯยังมีแผนเตรียมการขยายตลาดสู่ต่างประเทศด้วย

           ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวต่ออีกว่า เนื่องจากการจัดหาวัตถุดิบขมิ้นชันจากแหล่งเดิมที่ได้ขึ้นบัญชีไว้ องค์การฯไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบขมิ้นชันที่มีปริมาณสารสำคัญ เคอร์คูมินอยด์ ไม่น้อยกว่า 9% ที่เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การฯได้อย่างเพียงพอ องค์การฯจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการปลูกและจัดหาวัตถุดิบขมิ้นชันที่มีคุณภาพเพื่อผลิตสารสกัดขมิ้นชันขึ้น โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา องค์การฯได้มีการลงนามสัญญาจะซื้อจะขายขมิ้นชันคุณภาพที่มีสารสำคัญเคอคูมินอยด์สูงกว่า 9% กับกลุ่มเกษตรกร ที่มีศักยภาพในการปลูกตามมาตรฐาน Organic farming หรือ GAP (Good Agricultural Practice) จำนวน 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนวิชาชีพเกษตรอินทรีย์ ไร่ทหารสานประชา อ.ลพบุรี จ.ลพบุรี 2.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเพาะเห็ดอินทรีย์บ้านสวนมะเดื่อ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 3.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์สมุนไพรไทย อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี 4.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรปลูกรักษ์ อ.แม่ระมาด จ.ตาก และ 5.คุณวิวัฒน์ ดางิดิง อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยเกษตรกรทั้ง 5 กลุ่มจะได้รับมอบเหง้าพันธุ์ขมิ้นชันที่มีคุณภาพและมีปริมาณสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์ ไม่น้อยกว่า 9% จากองค์การฯ ซึ่งเป็นเหง้าพันธุ์ขมิ้นที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ โดย ดร.วิเชียร กีรตินิจกาล นักพัฒนาสายพันธุ์พืชชั้นแนวหน้าของประเทศไทย เป็นเหง้าพันธุ์สำหรับการเริ่มต้นการปลูกให้แก่เกษตรกร จำนวน 1,500 กิโลกรัม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย