องค์การเภสัชกรรมจัดโครงการอบรมเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาป่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ลงพื้นที่ปลูกต้นพญายอในพื้นที่ขององค์การเภสัชกรรม ตำบลหนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.00 น. ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การภัชกรรม เป็นประธานเปิดการอบรมเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนาป่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมนำนักเรียนในพื้นที่ ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ลงพื้นที่ปลูกต้นพญายอ บนพื้นที่ขององค์การเภสัชกรรม ตำบลหนองใหญ่ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี โดยต้นพญายอเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ จีพีโอ ไฟโทเพล็กซ์ แคปซูล   (GPO Phytoplex Capsules) สำหรับสมุนไพรตำรับนี้มีส่วนผสมของสมุนไพร 8 ชนิด ประกอบด้วย พุทธรักษา มะไฟเดือนห้า ปีกไก่ดำ เหงือกปลาหมอ แทงทวย ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ และพญายอ ซึ่งเป็นสารสกัดสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ และยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งฤทธิ์ทั้งสองดังกล่าวเป็นกลไกที่สำคัญของการพัฒนายาต้านมะเร็งสมัยใหม่ โดยขณะนี้ยาดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยสรรพคุณ คือ การแก้น้ำเหลืองเสีย

ดร.ภญ.นันทกาญจน์  กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมได้เข้าร่วมสนองพระราชดำริฯ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กลุ่ม G4 การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร โดยจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ อพ.สธ.-องค์การฯ และคณะทำงานโครงการ อพ.สธ.-องค์การฯ เพื่อดำเนินงานสนองพระราชดำริฯ ตามแผนแม่บทของโครงการ อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่เจ็ด (1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2569) โดยองค์การฯ ได้จัดสรรพื้นที่ขององค์การฯที่ ต.หนองใหญ่ จำนวน 15 ไร่ จัดทำโครงการปลูกและดูแลเถาวัลย์เปรียง จำนวน 3,000 ต้น และอีก 84 ไร่ จัดทำโครงการพฤกษานุรักษ์ มเหสักข์นวมินทรานุสร ปลูกต้นมเหสักข์ สักสยามินทร์ จำนวน 8,400 ต้น

การจัดโครงการอบรมเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาป่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เป็นโครงการที่ส่งเสริมโรงเรียนที่องค์การฯ ให้การสนับสนุน ได้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ ความเข้าใจในการปลูกสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจ มีจิตสำนึกต่อการอนุรักษ์ทรัพยากร รวมทั้งมีส่วนร่วมกับองค์การฯ ในการร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนในแต่ละพื้นที่ การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 คน ประกอบด้วย โรงเรียนอนุบาลหนองใหญ่ ในระดับชั้น ป.6 จำนวน 20 คน โรงเรียนหนองใหญ่ศิริวรวาท ในระดับชั้น ม.1 จำนวน 20  คน และโรงเรียนบ้านหนองผักหนาม จำนวน 10 คน


โดยกิจกรรมช่วงแรกเป็นการอบรมให้ความรู้เรื่องเยาวชนกับการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน จาก ผศ.ดร.สมพร แม่ลิ่ม คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวิทยากร และช่วงที่สองจะเป็นการลงพื้นที่สาธิตการปลูกสมุนไพรชนิดต่างๆ ให้นักเรียนปลูกด้วยตนเอง มีวิทยากรจากฝ่ายสมุนไพรและเภสัชเคมีภัณฑ์ องค์การฯ ให้คำแนะนำ จากนั้นนักเรียนจะเข้ามาบันทึกติดตามดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้ ทุกวันอังคารสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน และให้จัดทำรายงานเสนอองค์การฯ โรงเรียนละ 1 เล่ม โดยผลผลิตจากการปลูกสมุนไพรของนักเรียนทั้ง 3 โรงเรียน องค์การฯ จะนำไปแสดงในงานนิทรรศการ อพ.สธ. ครั้งที่ 11 ทรัพยากรไทย : 30 ปี อพ.สธ. ประโยชน์แท้แก่มหาชน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 24 กันยายน 2565 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการดำเนินงานครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดี ที่นักเรียนจะได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในครอบครัวและเผยแพร่ในชุมชนต่อไปได้ รวมถึงโรงเรียนมีโอกาสเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีอีกด้วย

องค์การเภสัชกรรมบริจาคเวชภัณฑ์และสิ่งของให้กับสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เพื่อแจกจ่ายให้แก่เด็กที่เข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด

          องค์การเภสัชกรรมบริจาคเวชภัณฑ์และสิ่งของให้แก่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เพื่อแจกจ่ายให้แก่เด็กที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสร้างแรงจูงใจให้แก่เด็กที่มารับบริจาคฉีดวัคซีน โดยเวชภัณฑ์และสิ่งของต่าง ๆ ที่นำมามอบให้ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย 840 กล่อง แอลกอฮอล์เจล ขนาด 50 กรัม 8,400 หลอด ตุ๊กตา กระเป๋าเป้ ลูกบอลยาง อุปกรณ์กีฬา เป็นต้น รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

โครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรผู้ปฏิบัติงาน ประจำปี 2565

องค์การเภสัชกรรมได้จัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรผู้ปฏิบัติงาน ประจำปี 2565 เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรผู้ปฏิบัติงานองค์การเภสัชกรรมที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี และมีความเสียสละทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อคณะ มหาวิทยาลัย ชุมชนและสังคม  จำนวน 30 ทุน ๆ ละ 10,000 บาท เปิดรับสมัครงตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2565

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลกเอกสาร

 
 

องค์การเภสัชกรรมมอบชุดยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันโควิดแก่ประชาชนกลุ่ม 608 ที่มารับบริการวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ

วันที่ 30 มีนาคม 2565 เวลา 13.00 น. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ​อธิบดีกรมการแพทย์ในฐานะประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคม องค์การเภสัชกรรม เป็นประธานมอบชุดยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 จำนวน 5,000 ชุด แก่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ โดยมี พญ.มิ่งขวัญ​ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนกลุ่ม 608 ที่มารับบริการฉีดวัคซีนศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ
 
ภญ.วีระมล มหาตมวดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม  กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดจัดสัปดาห์รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่กลุ่ม 608  ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ 60  ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และสตรีมีครรภ์(SAVE 608) โดยมุ่งเน้นการฉีดเข็มกระตุ้นรวมถึงการฉีดเข็มแรกและเข็มสองให้ได้มากที่สุด เพื่อลดอัตราป่วยและเสียชีวิตจากโรคโควิด – 19 องค์การเภสัชกรรม โดยคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคม ได้มีนโยบายสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการมอบผลิตภัณฑ์ขององค์การเภสัชกรรม ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจลล้างมือ ยาพาราเซตามอล จำนวน 5,000 ชุด แก่ประชาชนกลุ่ม 608 ที่มารับบริการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ
 
“ที่ผ่านมาองค์การเภสัชกรรมได้มีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19  ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัคซีน การวิจัยและพัฒนาวัคซีน การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ การวิจัยพัฒนายา การผลิตยาและจัดหายารักษาโควิด-19 ตามภารกิจขององค์การเภสัชกรรมในการวิจัย พัฒนา ผลิต จัดหา สำรอง กระจาย ยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกัน และสิ่งสำคัญ คือ การสนับสนุนยา อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับสถานพยาบาล หน่วยบริการสาธารณสุข หน่วยงานต่างๆ รวมถึงประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการสนับสนุนเวชภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในด้านการป้องกันโรคโควิด-19 ต่อไป” ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าว
 
 

More Articles...

หน้า 1 จาก 2

FacebookTwitter
Follow @twitterapi